น้ำปลาหวาน-มะม่วง


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำปลาหวานมะม่วง  ของโปรดของคนที่บ้าน  ถ้าบางครั้งขี้เกียจเขาจะไปซื้อสำเร็จมากินแล้วมาขโมยกุ้งแห้งในตู้เย็นของแม่หลิ่มไปเติมค่ะ  วันนี้มีโอกาสดีเลยทำให้เขากินพอหอมปากหอมคอค่ะ

แม่หลิ่มคุ้นเคยเมนูนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว  แต่ตอนเด็ก ๆ แม่ชอบทำแบบสดให้กิน  แบบสดคือแม่จะเอาน้ำตาลปีบอย่างดีมาบี้กับน้ำปลาให้เข้ากัน  ไม่ต้องเติมน้ำ  หรือเติมน้ำตุ้มสุกอุ่นเพียงนิดเดียว  ชิมรสชาติดูให้หวาน ๆ เค็ม ๆ  ใส่กุ้งแห้งป่น  หัวหอมแดงซอยและพริกขี้หนู  ที่บ้านจะมีมะม่วงสามฤดูต้นใหญ่มาก 1 ต้น  ดิบ ๆ ก็เอามากินกับน้ำปลาหวานหรือใส่ในยำ  สุก ๆ กินปากตะกร้อหรือกินกับข้าวเหนียวมะม่วงค่ะ

แต่เวลาเพื่อนแม่สั่งให้ทำน้ำปลาหวานแม่จะทำแบบเคี่ยว  เคี่ยวทีเยอะมาก  แรก ๆ แม่ก็ทำแจกบ้านโน้นขวด  บ้านนี้ขวด  หรือทำแจกเพื่อนครูด้วยกัน  ตอนหลัง ๆ พากันเกรงใจเลยสั่งให้แม่ทำ  เรียกว่าแม่มีกุ้งแห้งติดตู้เย็นเสมอเพื่อทำน้ำปลาหวานโดยเฉพาะ  ปัจจุบันก็ยังทำค่ะ  งานอดิเรกของแม่อย่างหนึ่ง

เตรียมของ
น้ำตาลปีบอย่างดี 200 กรัม (2 ขีด)
กะปิอย่างดี 1 ช้อนชา  หรือมากน้อยตามชอบ  ถ้าไม่ชอบไม่ต้องใส่
น้ำปลาอย่างดี 3-4 ช้อนโต๊ะ  อาจมากหรือน้อยกว่านี้  ขึ้นกับความเค็มของกุ้งแห้งด้วยค่ะ
กุ้งแห้งป่นหยาบ 1/4 ถ้วย
กุ้งแห้งป่นละเอียด 1/4 ถ้วย
หัวหอมแดง 5 หัว
พริกขี้หนูสวน  มากน้อยตามชอบ

ขั้นตอนการทำ

  1. ปอกเปลือกหัวหอมแดง  ล้างน้ำ  พักให้สะเด็ดน้ำ  แล้วซอยบาง ๆ ตามยาว  พักไว้
  2. พริกขี้หนูสวน  ล้างน้ำ  พักให้สะเด็ดน้ำ  ซอยบาง ๆ  พักไว้  แม่หลิ่มใส่แค่ 5-6 เม็ดเองนะคะ ไม่ได้ใส่หมด  ขึ้นกับความชอบค่ะ  แต่โดยรสชาติน้ำปลาหวานแล้วเค้าไม่ได้เผ็ดนำค่ะ
  3. ชิมรสชาติกุ้งแห้งไว้เป็นแนวทางว่าออกเค็มน้อยหรือเค็มมากแค่ไหน
  4. นำกุ้งแห้งตัว ๆ ไม่ติดเปลือกใส่โถปั่นแห้ง  ปั่นพอหยาบแล้วเก็บไว้ 1/4 ถ้วย
  5. ปั่นกุ้งแห้งที่เหลือให้ละเอียดกว่าส่วนแรกให้ได้ 1/4 ถ้วย  พักไว้
  6. นำน้ำตาลปีบ  กะปิ  น้ำปลา  ใส่หม้อใบย่อม ๆ  อาจจะใส่น้ำไปสัก 1-2 ช้อนโต๊ะเพื่อช่วยให้น้ำตาลปีบละลายง่ายขึ้น  ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำเยอะมากเพราะสุดท้ายเราก็ต้องเคี่ยวให้ข้นเล็กน้อย  ใส่น้ำมากจะทำให้เสียเวลาและเปลืองแก๊สโดยใช่เหตุค่ะ
  7. ใช้ทัพพีบี้ให้กะปิและน้ำตาลปีบกระจายตัวและเข้ากันดี
  8. นำหม้อขึ้นตั้งไฟกลางมาทางอ่อนสักพักให้น้ำตาลละลายให้หมด  น้ำตาลจะเหลวขึ้น
  9. ลดไฟลงเคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ ใช้ทัพพีคนเป็นระยะช่วยได้  ระวังอย่าให้ไฟแรงไปจะล้นและไหม้ได้ง่าย ๆ ค่ะ
  10. เคี่ยวให้เดือดสักพักและให้ได้ความข้นประมาณนมข้นหวาน  ลองชิมรสชาติดู  อย่าให้เค็มนำเพราะกุ้งแห้งมีความเค็มอีก
  11. ใส่กุ้งแห้งป่น  หัวหอมซอย  พริกขี้หนูซอย  คนพอทั่ว
  12. เคี่ยวต่อ  น้ำปลาหวานจะใสขึ้นเล็กน้อยเพราะน้ำออกจากหัวหอม  ชิมรสชาติดู  ถ้าอ่อนเค็มเติมน้ำปลา  ถ้าเค็มเกินไปเติมน้ำตาลปีบ
  13. เคี่ยวให้ข้นเล็กน้อย  ปิดเตา  น้ำปลาหวานจะมีฟอง  ต้องตั้งทิ้งไว้สักพักฟองจะหายไป
  14. ตักใส่ถ้วย  โรยด้วยหัวหอมซอยและพริกขี้หนูซอยเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟกับมะม่วงเปรี้ยว ๆ หรือแอปเปิ้ลเขียวค่ะ
  • http://www.facebook.com/i.GAME.CASUAL Usanee Srivata GJ

    ถ้าวางรอให้น้ำปลาหวานเย็นมันจะคืนสภาพเป็นน้ำตาลปีปแข็งๆไหมค๊ะ

  • http://www.facebook.com/people/Nongacare-Sucha/100001741165227 Nongacare Sucha

    น่ากินมาก